อ่านแผนแม่บทฉบับที่ 2 ของกระทรวง ICT ของประเทศไทยแล้วคิดโครงการขึ้นมาโครงการหนึ่งให้มีความสอดคล้องกับแผนดังกล่าว
จากแผนแม่บทดัวกล่าวนั้นได้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศในฐานะเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล ในที่นี้จะขอเน้นไปที่สถานภาพการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ IT2010 โดยที่เป้าหมายของแต่ละกลยุทธ์ มีดังต่อไปนี้
กลยุทธ์ที่ 1 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ ( e-Government)
กลยุทธ์ที่ 2 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา ( e-Education)
กลยุทธ์ที่ 3 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม ( e-Society)
กลยุทธ์ที่ 4 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการพาณิชย์ ( e-Commerce)
กลยุทธ์ที่ 5 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ( e-Industry)
จากที่อ่านกลยุทธ์ทั้ง 5 กลยุทธ์แล้วจะเห็นได้ว่าทุกกลยุทธ์มีแนวโน้มที่สามารถพัฒนาได้หรือบรรลุเป้าหมาย ยกเว้น!! กลยุทธ์ที่ 3 เป็นเรื่องของการพัฒนาด้านสังคม จากการศึกษาพบว่าไทยยังคงมีความเหลือมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการสนับสนุนอีกมากมายเพื่อลดช่องว่างของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของประชาชนในสังคม
ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้นำไปสู่โครงการที่ผู้เขียนจะพูดถึง โครงการที่ว่านี้คือ โครงข่ายสารสนเทศชุมชน โครงการนี้จะเข้ามามีบทบาทในสังคมชุมชนมากขึ้นในซึ่งจะขอยกตัวอย่างเป็นตัวอย่างของสังคมเกษตรกร เช่น โครงข่ายชุมชนสามารถใช้ในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของแต่ละชุมชน ทั้งทีี่เป็นข้อมูลทางการเกษตรกรที่จะสามารถนำมาพัฒนาอาชีพของตนเองให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและนำไปสู่ผลประโยชน์เองชุมชนเองเป็นการยกระดับศักยภาพของสังคมเกษตรกรให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้
นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถนำระบบที่ใช้กับกลยุทธ์ด้านการศึกษามาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อหรือจำนวนผู้ดูแลระบบอีกด้วย อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ใครจะรู้ในอนาคตอันไกล้นี้ของสังคมเกษตรกรอาจจะแชทแลกข้อมูลกัน ทวิชหากัน หรือมีการสร้างบล็อกของตัวเองเพื่อโพสสินค้าหรือข้อมุลในสายงานอาชีพของตน เพื่อเผยเเพร่ให้คนอื่นมาดูก็ได้ เป็นต้น ในส่วนของผู้ที่จะให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายชุมชนเบื้องต้นนั้นจะให้กลุ่มนักศึกษาที่อยู่ไกล้แหล่งชุมชนนั้นเป็นผู้ที่คอยให้ความรู้ดูแลในเรื่องนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานกับสังคมที่แตกต่างกันออกไป
จากที่กล่าวมาข้างต้นเกี่ยวกับโครงข่ายชุมชนนั้นปัญหาที่คาดว่าจะเกิดนั้นคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์นั้นคงจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลซึ่งนำไปสู่ความล่าช้าในการดำเนินการ
กลยุทธ์ที่ 1 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ ( e-Government)
กลยุทธ์ที่ 2 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา ( e-Education)
กลยุทธ์ที่ 3 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม ( e-Society)
กลยุทธ์ที่ 4 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการพาณิชย์ ( e-Commerce)
กลยุทธ์ที่ 5 : เป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ( e-Industry)
จากที่อ่านกลยุทธ์ทั้ง 5 กลยุทธ์แล้วจะเห็นได้ว่าทุกกลยุทธ์มีแนวโน้มที่สามารถพัฒนาได้หรือบรรลุเป้าหมาย ยกเว้น!! กลยุทธ์ที่ 3 เป็นเรื่องของการพัฒนาด้านสังคม จากการศึกษาพบว่าไทยยังคงมีความเหลือมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการสนับสนุนอีกมากมายเพื่อลดช่องว่างของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของประชาชนในสังคม
ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้นำไปสู่โครงการที่ผู้เขียนจะพูดถึง โครงการที่ว่านี้คือ โครงข่ายสารสนเทศชุมชน โครงการนี้จะเข้ามามีบทบาทในสังคมชุมชนมากขึ้นในซึ่งจะขอยกตัวอย่างเป็นตัวอย่างของสังคมเกษตรกร เช่น โครงข่ายชุมชนสามารถใช้ในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของแต่ละชุมชน ทั้งทีี่เป็นข้อมูลทางการเกษตรกรที่จะสามารถนำมาพัฒนาอาชีพของตนเองให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและนำไปสู่ผลประโยชน์เองชุมชนเองเป็นการยกระดับศักยภาพของสังคมเกษตรกรให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้
นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถนำระบบที่ใช้กับกลยุทธ์ด้านการศึกษามาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อหรือจำนวนผู้ดูแลระบบอีกด้วย อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ใครจะรู้ในอนาคตอันไกล้นี้ของสังคมเกษตรกรอาจจะแชทแลกข้อมูลกัน ทวิชหากัน หรือมีการสร้างบล็อกของตัวเองเพื่อโพสสินค้าหรือข้อมุลในสายงานอาชีพของตน เพื่อเผยเเพร่ให้คนอื่นมาดูก็ได้ เป็นต้น ในส่วนของผู้ที่จะให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายชุมชนเบื้องต้นนั้นจะให้กลุ่มนักศึกษาที่อยู่ไกล้แหล่งชุมชนนั้นเป็นผู้ที่คอยให้ความรู้ดูแลในเรื่องนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานกับสังคมที่แตกต่างกันออกไป
จากที่กล่าวมาข้างต้นเกี่ยวกับโครงข่ายชุมชนนั้นปัญหาที่คาดว่าจะเกิดนั้นคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์นั้นคงจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลซึ่งนำไปสู่ความล่าช้าในการดำเนินการ


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก